เสี่ยวหลงเปา

เสี่ยวหลงเปา เป็นติ่มซำแบบหนึ่งของจีน แปลตรงตัวว่าซาลาเปาในเข่งเล็ก เป็นอาหารเซี่ยงไฮ้ที่ได้รับความนิยมมากทางตอนใต้ของจีน มีต้นกำเนิดในสมัยซ่งเหนือ โดยแต่เดิมเป็นซาลาเปาลูกใหญ่ มีน้ำซุปอยู่ข้างใน เรียกทางเปา เมื่อราชสำนักซ่งเหนืออพยพหนีมองโกลลงใต้ ย้ายเมืองหลวงจากเมืองไคฟงมาเมืองหางโจว ทางเปาก็เป็นที่นิยมในหางโจว และปรับรูปแบบให้มีขนาดเล็กลงจนกลายเป็นเสี่ยวหลงเปาในปัจจุบัน  ส่วนประกอบของการทำวุ้นน้ำซุปได้แก่ หนังหมู ,ต้นหอม ,ขิง ,น้ำ ,พริกไทยป่น,ผ้าขาวบาง

การทำวุ้นน้ำซุป    เอาหนังหมูไปต้มในน้ำให้สุกแล้วตัดเอามันหมูด้านในออก จากใส่น้ำลงในหม้อพร้อมหนังหมู ต้นหอม ขิง และโรยพริกไทยลงไปด้วย  เอาหม้อตั้งไฟกลาง พอน้ำเดือดลดเป็นไฟอ่อนตุ๋นซัก ประมาณ 2 ช.ม. ต้มจนหนังหมูนุ่ม  พอหนังหมูนุ่มได้ที่แล้วก็ปิดไฟ นำเอาหนังหมูมาหั่นชิ้นเล็กๆ ส่วนน้ำซุปก็เก็บไว้ก่อน  ใส่หนังหมูที่สับแล้วกลับลงไปในน้ำซุปอีกครั้ง เปิดไฟกลางถึงอ่อนเอาแค่น้ำซุปพอเดือดแล้วปิดไฟ จากนั้นนำผ้าขาวบางมากรองเอาเศษผักและหนังหมูออกให้เหลือแต่น้ำซุปเท่านั้น นำน้ำซุปที่ได้เทใส่ลงในภาชนะ พักให้หายร้อนแล้วจึงนำไปแช่ในตู้เย็น

ขั้นตอนนที่สองของการทำใส้เสี่ยวหลงเปา ก็จะมีส่วนประกอบได้แก่หมูติดมัน ,น้ำตาล,เกลือ,ซอสปรุงรส,พริกไทย,และน้ำมันงา,การทำใส้เสี่ยวหลงเปา,หมูติดมันไปบดหรือสับ

จากนั้นนำหมูที่ได้มาผสมรวมกับ น้ำตาล เกลือ ซอสปรุงรส และพริกไทย ในสัดส่วนที่พอเหมาะ หรือตามรสชาติความชอบส่วนบุคคล จากนั้นทำการนวดให้หมูและส่วนผสมทั้งหมดเป็นเนื้อเดียวกัน ระหว่างนวดก็ให้เติมน้ำขิงลงไปเป็นระยะๆหลังจากนวดจนได้ที่แล้วก็ใส่น้ำมันงลงไปคลุกอีกนิดหน่อย จากนั้นพักทิ้งไว้คราวนี้เราก็มาทำแป้งไว้ห่อใส้กันบ้างนะค่ะ ส่วนผสมก็จะประกอบด้วย

แป้งสาลีอเนกประสงค์และะน้ำเย็น 120 ซีซีนำแป้งสาลีค่อยๆผสมกับน้ำเย็นแล้วนวดให้เข้ากัน นวดจนแป้งเหนียวไม่ติดมือหลังจากแป้งเหนียวเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ให้นำมาปั้นแท่งยาว แล้วพักแป้งไว้ประมาณ 10 นาทีหลังพักแป้งเสร็จแล้วก็นำแป้งที่ได้มาหั่นเป็นก้อนกลมๆนำแป้งที่เป็นก้อนกลม มากคลึงออกให้เป็นแผ่นกลมๆบางๆ แต่อย่าบางจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้แป้งฉีกเวลาห่อได้นำไส้เสี่ยวหลงเปาที่หมักแล้ว และวุ้นน้ำซุปออกมา จากนั้นตักใส่ลงไปตรงกลางแผ่นแป้งในปริมาณที่พอแหมาะ แล้วจบจีบบริเวณขอบไล่ขึ้นมาจนรวบปิดไว้ที่ตรงกลางจากนั้นไปนึ่ง ก่อนนึ่งควรรองฐานนึ่งด้วยกะหล่ำปลี หรือผ้ารองนึ่งก่อน เพื่อเวลาหยิบออกมาจากที่นึ่งแล้วก้นเสี่ยวหลงเปาจะได้ไม่แตก เราจะใช้เวลานึ่งประมาณ 8 นาที เพียงแค่ นี้ก็ถือเป็นอันเสร็จ

หมั่นโถว

หมั่นโถว เป็นหนึ่งในเมนูติ่มซำยอดนิยมอย่างหนึ่งของจีน หมั่นโถวจัดอยู่ในเมนูตระกูลเดียวกับซาลาเปาวิธีการทำนั้นก็คล้ายๆกันแต่หมั่นโถวจะแตกต่างกันที่หมั่นโถวไม่มีไส้เช่นเดียวกับซาลาเปา หมั่นโถวเป็นเมนูอาหารจีนที่นิยมมากและมีมานานหลายร้อยปีแล้ว หมั่นโถวเป็นหนึ่งในเมนูอาหารว่างที่ต้องมีคู่กับอาหารหลักหรือเรียกง่ายๆว่า เป็นเมนูล้างปาก หมั่นโถวนิยมมากในกลุ่มทหารในสมัยก่อนเป็นเมนูที่ทำง่ายและให้พลังงานมาก หมั่นโถวถือกำเนิดขึ้นในยุคสามก๊ก ราวปี 189 – 220 กล่าวกันว่ามีการนำแป้งสาลีมาทำเป็นหมั่นโถว ในสมัยนั้นเป็นยุคสามก๊ก ซึ่งในระหว่างนั้นมีการกบฏเกิดขึ้นเมื่อคราวที่เบ้งเฮ็กผู้ปกครองชาวม่านทางตอนใต้ของจ๊กก๊กเกิดการก่อกบฎต่อขงเบ้ง ซึ่งทางขงเบ้งต้องยกทัพมาต่อสู้กับชาวม่านและเมื่อสงครามสงบลง ทางเบ้งเฮ็กรู้สึกเสียใจที่ต้องสังเวยคนนับร้อยชีวิตและมีความเชื่อว่าวิญญาณของพวกเขาคงไม่เป็นสุข ต่อมาทัพของขงเบ้งเจอกับเหตุการ์วิปริตขณะที่ข้ามสะพานลกซุยจึงมีความเชื่อว่าวิญญาณของเหล่าทหารเบ้งเฮ็กไม่สงบ ต่อมาทางเบ้งเฮ็กได้แนะนำให้ทำพิธีเซ่นไหว้ตามธรรมเนียมม่านว่าให้บูชายันคน 50 คน แต่ทางขงเบ้งไม่อยากฆ่าคนจึงคิดนำเอาแป้งสาลีมาปั้นเป็นรูปหัวคนและยัดไส้เนื้อวัวแล้วเอาไปนึ่งและนำมาเซ่นไหว้ หลังจากนั้นขงเบ้งแนะนำให้ชาวม่านทำแบบนี้อย่าได้ฆ่าคนเพื่อเซ่นไหว้อีกเลย และแป้งสาลีนี้เรียกว่า หมั่นโถว แปลว่า หัวเชลยชาวม่าน

 

ปลานึ่งซีอิ๊ว

อาหารนึ่งของจีนนั้นถือได้ว่าเป็นเมนูเอกของเขาเลยก็ว่าได้เพราะเห็นจากหลายๆเมนูแล้วส่วนใหญ่อาหารจีนโบราณจะเป็นของนึ่งเป็นส่วนใหญ่ซึ่งวันนี้เราจะยกสุดยอดเมนูนึ่งของจีนมาให้เป็นประเด็นนะครับเพราะการปรุงของเขาจะเป็นสูตรเดิมแต่เปลี่ยนแค่ส่วนผสมหลักอย่างปลา หมู เนื้อ เป็ด ไก่ และจะเน้นให้น้ำของส่วนผสมมารวมเข้ากับเครื่องเทศในเวลานึ่งก็จะได้เป็นรสชาติใหม่ ตัวอย่างการทำ ปลานึ่งซีอิ๊วปลาเป็นเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่ายที่สุด แล้วยังมีโปรตีนสูงอีกด้วย หันมาทำเมนูปลาง่ายเป็นอาหารทานเองที่บ้านกันถ้าคนที่ชอบเนื้อสัตว์อย่างอื่นสามารถนำมาทำแทนปลาได้เลย

ส่วนผสมและสัดส่วน  ปลา1 ตัวขิงซอย 1+1/2 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมหั่นท่อนยาว 2-3 ต้น พริกชี้ฟ้าหั่นเป็นเส้น 2-3 เม็ด เห็ดหอมแช่น้ำแล้วหั่น 2 ดอก คึ่นฉ่ายหั่นเป็นท่อน ½ ถ้วย8.กระเทียมสับ ½ ช้อนโต๊ะ เครื่องปรุง  ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทย ตามชอบ เหล้าจีน 1 ฝา

วิธีปรุง ปลาล้างทำความสะอาดและควักไส้พุง ออกไปให้หมด ใส่น้ำในซึ่ง แล้วต้มให้เดือด นำปลาใส่จานที่ก้นลึกสักหน่อย เอาไปนึงจากนั้น เทน้ำที่ออกจากปลาทิ้งไป อย่าเสียดายเพราะน้ำที่ออกจากพุงปลาอาจมีรสขม นำเครื่องปรุงรสต่างๆผสมให้เข้ากันในถ้วย เมื่อปลาสุกแล้ว ให้ราดลงไป พร้อมกับโรยด้วยผักต่างๆ เห็ดหอมด้วยนะอย่าลืม นึ่งต่อไปอีกประมาณ 10 นาที เสร็จแล้วค เมนูสุขภาพของวันนี้

พระกระโดดกำแพง

พระกระโดดกำแพง  เป็นอาหารจีนที่มีชื่อแปลกๆถามใครไม่รู้จักก็อาจจะคิดว่าเป็นอาหารไทยก็ได้ซึ่งชื่อของอาหารชนิดนี้มีที่มาหลายที่จะยกตัวอย่างหนึ่งเรื่องนะครับ พระกระโดดกำแพง มีเรื่องเล่าว่า องค์ชาย 14 แห่งราชวงศ์ชิง รู้ตัวว่า ถูกองค์ชาย 4 วางแผนชิงอำนาจ ทำให้พระองค์บรรทมไม่หลับ เสวยไม่ได้ ผู้ปรุงอาหารในราชสำนัก จึงเปิดตำราระดมสุดยอดอาหาร เพื่อนำไปถวายบำรุงกำลังวังชาฮ่องเต้ อาหารชนิดนั้นต้องใช้กระบวนการตุ๋นถึง 18 ชั่วโมง ทันทีที่พระองค์เปิดฝาโถใส่อาหาร กลิ่นหอมของอาหารฮ่องเต้ ก็โชยออกสู่นอกพระราชวัง เข้าจมูกหลวงจีนวัดเส้าหลิน หลวงจีนก็เลยตบะแตก ทนไม่ได้ใช้วิชาตัวเบากระโดดข้ามกำแพงมาเอ่ยปากขอชิม อาหารสูตรนี้ จึงได้ชื่อว่า พระกระโดดกำแพง ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา เป็นอาหารแบบกวางตุ้ง และฝูเจี้ยนราคาแพงชนิดหนึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาหารที่รวมวัตถุดิบในราคาที่มีการซื้อขายแพงมากไว้มากที่สุดเมื่อรวมราคาวัตถุดิบทั้งหมดแล้วอาจถึงขั้นหลักแสนบาท ในอดีตถือเป็นอาหารที่มีที่มาจากราชสำนักจีน  วัตถุดิบหลักในการปรุงพระกระโดดกำแพงนั้น ได้แก่ หูฉลาม, ปลิงทะเล, เห็ดหอม, หอยเป๋าฮื้อ, กระเพาะปลา ในขณะที่น้ำซุปจะประกอบด้วย โสม, เก๋ากี่ และถังเช่า ซึ่งเป็นสมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง ที่ในฤดูหนาวจะเป็นหนอน เมื่อหนอนจะมุดลงดินและตาย กลายเป็นพืชงอกขึ้นมาในฤดูร้อน ซึ่งเป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่อยู่ในตัวหนอน หรืออาจจะมีแตกต่างไปจากนี้ได้เช่นกัน ปรุงโดย นำวัตถุดิบทั้งหมดมาตุ๋น โดยเฉพาะหูฉลามจะใช้เวลาเคี่ยวนานหลายชั่วโมง ขณะที่น้ำซุปก็ใช้เวลาต้มหลายชั่วโมง พร้อมเครื่องปรุงรส พระกระโดดกำแพง เมื่อเวลาเสิร์ฟจะเสิร์ฟใส่ถ้วย จำหน่ายถ้วยละประมาณ 1,500 บาท และจำหน่ายกันในภัตตาคารจีนชั้นสูง เชื่อว่าเมื่อรับประทานไปแล้วจะบำรุงร่างกายและสมรรถภาพทางเพศสำหรับผู้ชาย อุดมไปด้วยโปรตีนและแคลเซียม เหตุที่ได้ชื่อว่า พระกระโดดกำแพง เพราะมีกลิ่นหอมจนพระสงฆ์ที่ฉันแต่อาหารมังสวิรัติทนไม่ไหว ต้องกระโดดข้ามกำแพงมารับประทาน

ข้าวหมูแดง

พูดถึงอาหารจานเดียวที่ง่าย เร็ว อร่อยสบายกระเป๋า เชื่อว่าต้องมีชื่อของข้าวหมูแดงติดโผเป็นแน่ ด้วยรสชาติของหมูย่างหอมๆ น้ำราดเหนียว ข้น หวานนิดๆ ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เราเลยพามาเปิดโผ ข้าวหมูแดงรสเลิศที่หลายเสียงถึงกับบอกว่า เกิดมาต้องชิมสักครั้งติดแทบทุกโผของข้าวหมูแดงรสเด็ด แสดงว่าไม่ธรรมดาจริงๆ สำหรับข้าวหมูแดงเลิศรส ที่เมนูชูโรงคือข้าวหมูแดงจริงๆ เนื้อหมูนุ่มๆ หวานๆ ไม่เหนียว ราดมาด้วยน้ำซอสเข้มข้นสุดอร่อยๆ แถมยังมีซุปเยื่อไผ่เห็ดหอมร้อนๆ ไก่ตุ๋นเห็ดหอม ซุปผักกาดดอง และอีกมากมายให้ซดคล่องคออีกด้วย  ข้าวหมูแดง อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตของคนไทย เรามาดูกันดีกว่าครับ ว่า 1 อิ่ม ของข้าวหมูแดง มีอะไรแฝงอยู่บ้างข้าวหมูแดงน่าจะมาจาก การถนอมอาหารของคนจีนกวางตุ้ง ที่มีการนำหมูมาหมักกับน้ำตาลอ้อย และเครื่องเทศ แล้วย่าง เพื่อให้สามารถเก็บรักษาได้นานขึ้นหมูย่างแบบของชาวกวางตุ้ง เรียกกันว่า ซาซิว แปลตรงตัวคือ หมูแดง นั่นเอง แต่ของต้นตำรับเขาสีออกน้ำตาลนะครับ ไม่ได้แดงแบบในปัจจุบันว่ากันว่า ข้าวหมูแดงสมัยก่อนเป็นหมูแดงหั่นวางบนข้าวสวยธรรมดา ยังไม่มีซอสหมูแดงราด เพิ่งมามีเอาตอนหลังครับข้าวหมูแดงเป็นที่นิยมในเมืองไทย คาดว่าน่าจะบุกเบิกมาจากทางนครปฐม เนื่องจากมีการเลี้ยงหมูกันมาก ก็เลยมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากหมูกันเยอะแถวนั้น เพราะวัตถุดิบมีราคาถูก ซึ่งเดี๋ยวนี้แถวรอบองค์พระปฐมเจดีย์ก็ยังมีร้านข้าวหมูแดงเก่าแก่อยู่หลายร้าน

ฮะเก๋า

วันนี้ จะมาขอนำเสนอเกี่ยวกับการทำ ฮะเก๋า ซึ่งฮะเก๋าก็คือขนมจีบซึ่งใช้แป้งตังหมิ่นผสมแป้งมันซึ่งทำจากมันสำปะหลังหรือมันฝรั่ง เมื่อสุกดีแล้วแป้งจะเหนียวและใส สามารถมองเห็นไส้ด้านใน ส่วนไส้ด้านในคือเนื้อกุ้ง อาจเป็นกุ้งสับหรือกุ้งทั้งชิ้นก็ได้ นอกจากนี้ยังมี น้ำ เกาลัด หรือ หน่อไม้ เพื่อเพิ่มความกรุบกรอบ ก่อนที่จะห่อด้วยแป้งใสแล้วนำไปนึ่งในเข่งติ่มซำ  วิธีการทำฮะเก๋า ตำรับฮะเก๋า สูตรการทำฮะเก๋า  สำหรับฮะเก๋านั้นถือเป็นอาหารจานสำคัญ หรือจะเรียกว่าเป็นไฮไลท์ของติ่มซำเลยก็ว่าได้ ดังนั้นบรรดาร้านอาหารติ่มซำต่างพยายามนำวัตถุดิบอาหารทะเลที่คัดสรรแล้วอย่างดีมาทำเป็นไส้ของฮะเก๋า ฮะเก๋า ถือเป็น 1 ใน 3 อาหารจานหลักต้นตำรับที่สำคัญของชาวกวางตุ้ง ซึ่งประกอบด้วย ขนมจีบ ซาลาเปาไส้หมู และ ฮะเก๋า การทำฮะเก๋านั้นถือเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องเรียนรู้เพื่อก้าวจากการเป็นเชฟติ่มซำฝึกหัดขึ้นสู่เชฟติ่มซำระดับมืออาชีพ โดยการทำฮะเก๋านั้นไม่ยากในเรื่องของการทำไส้ แต่จะต้องใช้ศิลปะเป็นอย่างยิ่งในการพับและจีบแผ่นแป้งบางๆ ได้อย่างละเอียดอ่อนและแม่นยำ ฮะเก๋านั้นอย่างน้อยที่สุดต้องได้รับการจีบ 7 จีบขึ้นไปจนถึงประมาณ 10 จีบ จึงจะได้ฮะเก๋าที่สวยงาม น่ารับประทาน

เกร็ดความรู้  แท้จริงและฮะเก๋าเป็นอาหารจีนแต่ที่จังหวัดตรังบ้านเรานั้น ซึ่งเป็นจังหวัดอันเลื่องชื่อในเรื่องของติ่มซำจะไม่เรียกว่าฮะเก๋า แต่จะเรียกว่า จีบขาว ขณะที่ขนมจีบจะเรียกว่า จีบเหลือง

เต้าหู้

เต้าหู้เกิดขึ้นในประเทศจีน และกระจายไปทั่วทะเลจีนได้พบมากในประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีจนปัจจุบันเต้าหู้กลายเป็นที่นิยมของคนทั่วโลกเพราะเป็นส่วนผสมหลักในอาหารส่วนใหญ่ของอาหารจีนญี่ปุ่นเกาหลี และยังสามารถนำมารับประทานแทนเนื้อได้ในประวัติเล่ากันว่า หลิวอัน พระนัดดาของจักรพรรดิหลิวปัง กษัตริย์องค์แรกของราชวงศ์ฮั่น ผู้เป็นเจ้าเมืองหวงหนานเป็นคนกตัญญู มักจะบดถั่วเหลืองให้เป็นผงแล้วนำไปต้มเป็นซุปให้พระมารดารับประทาน ในช่วงที่พระมารดาประชวรหนักจนไม่มีแรงที่จะเคี้ยวอาหารได้ หลังจากหายป่วยแล้ว สูตรทำซุปถั่วเหลืองก็เผยแพร่ในหมู่ประชาชน หลิวอานเป็นคนชอบค้นคว้าหาสูตรยาขนานต่างๆ เพื่อให้ได้ยาอายุวัฒนะ มีอยู่วันหนึ่ง เขาทำปูนปลาสเตอร์หกใส่น้ำถั่วเหลือง ทำให้น้ำถั่วเหลืองค่อยๆ จับตัวกลายเป็นเต้าหู้สีขาวนุ่มนวลก้อนหนึ่ง เขาเสี่ยงชิมอย่างไม่กลัวตาย ปรากฎว่า รสชาติอร่อยมากและนั่นก็คือที่มาของเต้าหู้ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้น เมืองหวงหนานของมณฑลอานฮุยจึงได้ชื่อว่า บ้านเกิดเต้าหู้แม้เต้าหู้เดิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ปัจจุบัน เต้าหู้ได้รับการพัฒนาอย่างมาก และมีหลากหลายชนิด มีทั้งหนันเต้าหู้หรือเต้าหู้ทางใต้ เป่ยเต้าหู้หรือเต้าหู้ทางเหนือ เต้าหู้กันหรือเต้าหู้แห้ง เต้าหู้ซือหรือเต้าหู้ฝอยมีการบันทึกว่า เมื่อสมัยราชวงศ์ถัง พระเจี้ยนเจินได้นำวิธีทำเต้าหู้ไปเผยแพร่ในญี่ปุ่น ขณะไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อสมัยราชวงศ์ซ่งเต้าหู้ได้เผยแพร่เข้าสู่เกาหลี และจนกระทั่งศตวรรษที่19 เต้าหู้จึงได้เผยแพร่สู่ยุโรป อาฟริกาและอเมริกาเหนือ ขณะนี้ เต้าหู้ได้รับความนิยมอย่างมากในเวียดนาม ไทย เกาหลีใต้และญี่ปุ่น

 

 

เป็ดปักกิ่งย่าง

เป็ดปักกิ่งย่าง ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นอาหารประจำชาติจีนเลยก็ว่าได้อาหารชนิดนี้จัดอยู่ในหมวดของอาหารคนชั้นสูงแต่ทุกวันนี้ใครก็กินได้ถ้ามีตัง ซึ่งการกินนั้นก็แสนจะธรรมดาแต่คงความเป็นเอกลักษณ์ของชาวจีนขั้นตอนการทำก็ปกติแต่จะเน้นส่วนหลักๆก็น่าจะเป็นตัวเป็ดที่ถูกขุนจนตัวอ้วนพีแล้วนำมาผ่าท้อง ควักเอาเครื่องในออก และล้างให้สะอาดก่อนอัดอากาศเข้าไปข้างใน เพื่อให้ส่วนที่เป็นหนังแยกออกจากนั้นนำน้ำเดือดมาราดบริเวณหนังให้ทั่วตัว เพื่อให้ผิวหนังตึง ตามด้วยการทาผิวด้วยน้ำเชื่อม ตัวเป็ดจะกลายเป็นสีแดงแล้วเทน้ำเดือดลงไปในท้องเป็ดอีกรอบก่อนนำไปแขวนผึ่งลมจนแห้งค่อยเอาไปย่าง เป็ดปักกิ่ง มีที่มาจากเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู โดยถือกำเนิดขึ้นในครัวหลวงของที่นั่น ก่อนที่จะถูกถ่ายทอดมายังปักกิ่ง อันเป็นเมืองหลวงของประเทศในยุคราชวงศ์หมิง ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15คืออาหารจีนเลิศรสที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมนูประจำชาติจีน เสิร์ฟในรูปแผ่นหนังบางกรอบ ที่มาพร้อมแผ่นแป้งบางสำหรับห่อ ตามด้วยซอสหวานและเครื่องเคียงอย่าง ต้นหอม โดยจะใช้เฉพาะส่วนหัวที่เป็นสีขาวนำมาซอยเป็นเส้น คู่กับแตงกวาปอกเปลือกหั่นเป็นแท่ง หนังเป็ดจะต้องแล่ออกเป็นแผ่นบางตอนร้อนๆ ยิ่งหากลงจากเตาใหม่ๆ จะช่วยให้แล่ง่ายขึ้นและได้เป็นชิ้นสวยงาม สูตรต้นตำรับของปักกิ่งจะแล่หนังติดเนื้อมาด้วย ในขณะที่ประเทศไทยนิยมแล่เฉพาะหนัง ส่วนเนื้อเป็ดนำไปปรุงรสตามชอบ เช่น ผัดกระเทียม เมี่ยงเป็ด เป็นต้น

ขนมจีบ

ขนมจีบถือกำเนิดที่เมืองกวางตุ้งประเทศจีน เป็นอาหารกินเล่นก็ได้กินอิ่มก็ดีเป็นอาหารจีนที่ได้รับความนิยมพอๆกันกับซาลาเปาจนคนไทยเรียกคู่กันว่าขนมจีบซาลาเปาขนมจีบมีตำนานเล่ากันว่าสมัยก่อนนั้นมีนักเดินทางเส้นทางสายไหมมักจะหาสถานที่เพื่อแวะพักผ่อนระหว่างการเดินทาง ดังนั้นบนเส้นทางสายไหมจึงเต็มไปด้วย ร้านน้ำชา  เพื่อต้อนรับอาคันตุกะนักเดินทางแปลกหน้าเป็นประจำ ขณะเดียวกันชาวนาตามชนบทเมื่อทำงานเหนื่อยล้าก็แวะพักผ่อนและดื่มน้ำชายามบ่ายตามร้านน้ำเหล่านี้ขณะที่ดื่มน้ำชาก็จะต้องมีอาหารกินเล่นเพื่อกินคู่กับน้ำชา บรรดาเจ้าของร้านจึงเริ่มคิดอาหารกินเล่นต่าง ๆ ขึ้นมา ด้วยความที่เป็นอาหารกินง่ายและรสชาติแปลกใหม่ ขนมจีบจึงกลายเป็นอาหารที่นิยมทั่วโลก คำว่า ขนมจีบ มาจากภาษากวางตุ้ง หมายถึง การทำอาหารคาเล็กคำน้อยที่นอกจากจะใช้ความคิดสร้างสรรค์แล้วยังต้องใช้ฝีมือประดิษฐ์ประดอยให้สวยงาม น่าลิ้มลอง และอร่อย ดังนั้นหัวใจสำคัญในการทำขนมจีบให้อร่อยนั้นคือ จะต้องใส่ใจลงไปกับขนมจีบนั่นเอง เมื่อขนมจีบเริ่มมาจากความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นรูปแบของอาหารชนิดนี้จึงมีการพัฒนารูปแบบออกไปมากมายไม่มีที่สิ้นสุด เมนูขนมจีบจึงมีหลากหลายเป็นพัน ๆ ชื่อ แล้วแต่ว่าเชฟคนไหนจะคิดเมนูอะไรขึ้นมา ซึ่งจะต้องอยู่ในกระบวนการ นึ่ง อบ ทอด แช่เย็น เป็นต้น แต่การทำขนมจีบนั้นกับไม่ใช่เรื่อง ง่าย ๆ เชฟหยิบ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารจีน ได้กล่าวถึงอาชีพเชฟขนมจีบว่าจะทำเฉพาะขนมจีบเท่านั้น ไม่ปะปนกับแชฟทำอาหารทั่วไป แต่กว่าจะมาเป็นเชฟทำขนมจีบได้นั้นจะต้องผ่านการฝึกฝนมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี

ปอเปี๊ยะ

ทอดเป็นอาหารเป็นจีนแต่พบได้ในเอเชียเพราะเนื่องจากปอเปี๊ยะเป็นอาหารที่มีมานานมากและประเทศจีนก็ติดต่อค้าขายตามต่างชาติบ่อยทำให้เป็นการเผยแพร่อาหารประจำชาติไปในตัวและประเทศรอบข้างก็ได้เอาไปปรับปรุงให้เข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นของชาตินั้นๆปอเปี๊ยะว่างอีกชนิดหนึ่งที่ คุณสามารถสั่งได้ตามร้านอาหารไทย ร้านอาหารจีน หรือร้านอาหารเวียตนาม ฉันเชื่อว่าปอเปี๋ยะทอดมีอิทธิพลจากอาหารจีนหรืออาหารเวียตนามที่คนไทยนำมาดัดแปลงกับวัตถุดิบที่หาได้ในประเทศไทย ปอเปี๊ยะทอดเป็นที่นิยมทานกันมากทั้งเด็ก ผู้ใหญ่และชาวต่างชาติ เพราะมีรสชาติปานกลางที่สำคัญไม่เผ็ดด้วย ที่ออสเตรเลียมีปอเปี๋ยะขายในช่องแช่แข็งตามซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไป ฉันชอบทำเองเพราะอร่อยกว่าและราคาถูกกว่ากันมาก ฉันรู้ว่าฉันใส่อะไรลงไปบ้าง วิธีการทำก็ไม่ยุ่งยาก ส่วนผสมก็หาซื้อง่าย และแป้งที่ใช้ห่อก็หาซื้อได้ง่ายอีกด้วยปอเปี๊ยะเป็นอาหารที่ใช้รับประทานเล่นอย่างหนึ่งที่มีผู้คนนิยมรับประทานและมีการทำขายตามตลาดที่ต่างๆ ปอเปี๊ยะในท้องตลาดก็มีอยู่ 2 ประเภท คือ ปอเปี๊ยะทอดและปอเปี๊ยะสดแต่ที่สำคัญ คือ ไส้ปอเปี๊ยะนั้นก็จะมีส่วนผสมและรสชาติที่เหมือนๆกัน  ดังนั้นทางกลุ่มคิดที่จะสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับปอเปี๊ยะโดยทำไส้ปอเปี๊ยะให้แตกต่างจากท้องตลาด คือ รสลาบ รสต้มยำ และในไส้ของปอเปี๊ยะนั้นจะมีส่วนผสมที่ประกอบไปด้วย หมู หมึก วุ้นเส้น และผักพื้นบ้านเป็นส่วนประกอบของไส้ปอเปี๊ยะโดยรับประทานควบคู่ไปกับน้ำจิ้มซีฟู้ดไปด้วย